เพื่อนไก่ชน-ความรู้ไก่ชน
รูปแกะสลักที่นครวัด

ไก่ชนที่พวกเราชาวไก่ชนได้ชนกันตามสนามชนต่างๆ ทั่วประเทศ และต่างประเทศ ทั่วโลกมีสายพันธุ์มาจากไหน? เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบเพื่อหาต้นตระกูลไก่ชน ไก่ที่ชนกันในปัจจุบันนี้สืบวัฒนธรรมการชนไก่มานานขนาดไหน? ซึ่งที่เราทราบสำหรับประเทศไทยเรา เรามีประวัติศาสตร์ของชาติไทยว่า “พระนเรศวรมหาราชชนไก่ชนะไก่ของพระมหาอุปราชาของพม่า” ซึ่งประมาณ ๔๐๐ ปีมาแล้ว สำหรับเพื่อนบ้านเรา คือ เขมร นั้น ใครเคยไปเที่ยวปราสาทนครวัด นครธม จะพบว่ามีรูปสลักบนหินบอกถึงวัฒนธรรมการชนไก่ทั้ง ๒ แห่ง ซึ่งมีอายุราว ๘๐๐ ปี ถึง ๑,๐๐๐ ปีล่วงมาแล้ว ดังนั้นวัฒนธรรมการชนไก่ของคนหรือมนุษย์ที่เกิดมาบนโลกนี้ได้เริ่มต้นมานานก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งจากตำราหนังสือจากต่างประเทศมีความเชื่อว่าการชนไก่ได้เริ่มมาประมาณ ๑,๐๐๐ ปี ก่อน ค.ศ. หรือประมาณ ๓,๐๐๐ ปีมาแล้ว

เพื่อนไก่ชน-ความรู้ไก่ชน
หมอนิสิต (ซ้ายมือ)

ไก่ชนปัจจุบันนี้พัฒนาหรือปรับปรุงพันธุ์มาจากไก่บ้านที่เลี้ยงกันอยู่ทั่วไปเพื่อเป็นอาหาร มีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ และหลากหลายสี ไก่อูพื้นบ้านที่มีขนาดใหญ่คงจะเป็นไก่ที่ถูกปรับปรุงพันธุ์มาเป็นไก่ชนในปัจจุบัน ไก่ที่มนุษย์ในโลกเลี้ยงไว้เป็นอาหารนี้ ก็คือ ไก่ป่าที่มีอยู่โดยธรรมชาติ ตามป่า ตามเขา เพียงแต่มนุษย์เรานำมาเลี้ยงไว้จนเชื่อง อยู่กับคนได้ จึงเป็นไก่ประจำบ้าน เป็นเสบียงอาหารที่พร้อมสำหรับมนุษย์ เราจะนำมา บริโภคได้ทันที “ทำไมไก่ต้องชนกัน” ไก่ป่านั้นทางวิชาการจัดอยู่ในสัตว์จำพวกนก แต่เราไม่เรียกชื่อว่า นกน้ำหน้า เราเรียกว่า ไก่ และเป็ด ไก่ป่าที่มนุษย์นำมาเลี้ยงไว้เป็นระยะยาวนานมากจนทำให้ไก่ป่าเชื่อง และบินไม่ไหว นกที่บินบนท้องฟ้า หรือไก่ป่าที่นอนบนต้นไม้ หากินบนดิน ต้องมีอาณาเขตของตัวเอง หรือกลุ่มของตัวเองในการใช้ชีวิตประจำวันเพื่อความอยู่รอด เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ของตัวเอง อาณาเขตนี้ไก่ป่าจะใช้เป็นที่หากินประจำวัน ใช้เป็นที่ทำรังวางไข่ และเมื่อมีลูกออกมาก็ใช้เป็นที่พาลูกออกหากิน หาอาหาร เพื่อความอยู่รอดของชีวิต ดังนั้นอาณาเขตจะถูกแบ่งกันเอง ห้ามผู้อื่นล่วงล้ำ หากมีไก่ตัวอื่นล่วงล้ำเข้ามาในเขตก็จะถูกไก่เจ้าถิ่นขับไล่ออกไป จึงเป็นเหตุแห่งการต่อสู้ของไก่ตัวผู้เพื่อแย่งพื้นที่ หากินกัน เมื่อมีการตีกัน ชนกัน ย่อมมีผู้แพ้และผู้ชนะ เพื่อขยายหรือครอบครองพื้นที่หากิน นิสัยการต่อสู้นี้ไก่ป่าเมื่อพัฒนามาอยู่กับมนุษย์ยังมีนิสัยต่อสู้ติดตัวมา เมื่อไก่ตัวผู้อยู่รวมกันก็จะแย่งกันผสมพันธุ์กับตัวเมีย แย่งกันกินอาหาร แย่งกันหาที่นอน เหล่านี้เป็นเรื่องที่ไก่ตัวผู้ต้องต่อสู้กัน ตีกัน มนุษย์เราจึงนำนิสัยการต่อสู้มาปรับปรุงพันธุ์เป็นไก่ชนในปัจจุบัน

เพื่อนไก่ชน-ความรู้ไก่ชน
ไก่ป่า

ไก่ป่า ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อว่าเป็นต้นตระกูลของไก่บ้าน หรือไก่ชน ในปัจจุบัน ภาษาอังกฤษจะเรียก RED JUNGLE FOWL จะพบอยู่ตามป่าของพม่า, ไทย, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, เขมร ไก่ป่าได้ถูกพัฒนาเป็นไก่บ้าน เลี้ยงตามบ้านเป็นเวลานานแล้ว

จากหนังสือไก่ชนกับคน จากมุมมองชาติพันธุ์วิทยา เจ้าชายอะกิฌิโนะโนะมิยะ ฟุมิฮิโตะ ทรงนิพนธ์ พ.ศ.๒๕๕๐ หน้า ๐๖๖ “ไก่ป่าแดงโคชิน ไชน่า ของประเทศไทย คือ ถิ่นกำเนิดของไก่บ้าน” ไก่ป่าแดงโคชิน ไชน่า (Gallus gallus gallus Cocnin Chinese Red Jungle Fowl) ของประเทศไทย ไก่ป่าตุ้มหูขาวมีถิ่นที่อยู่ตามป่าธรรมชาติ บริเวณประเทศไทย, ลาว และเวียดนาม เมื่อเกิดการพัฒนาไก่ป่าเป็นไก่บ้านแล้วแพร่ขยายพันธุ์

ไก่ป่ามาเป็นไก่ชน ซึ่งสำหรับประเทศไทยเรามีมากกว่า ๑๐ สายพันธุ์ เช่น เหลืองหางขาว, เหลืองนเรศวร, ประดู่หางดำ, เขียวเลา, เทาทอง, นกกรด นกแดง, ไก่ลาย และไก่ชี

ลักษณะของไก่ป่านั้นเราคงหาดูได้ยากในปัจจุบัน แต่เรามีไก่แจ้ที่เลี้ยงอยู่ตามวัดต่างๆ จะมีลักษณะคล้ายไก่ป่า ผิดกันตรงที่ไก่ป่าจะมีแข้งที่ยาวกว่า ตัวผู้จะมีสร้อยคอและสร้อยหลังจะมีสีแดงทอง สร้อยปีกจะมีสีแดงเข้ม ไก่ป่าจะมี ๒ ชนิด คือ ชนิดที่ตุ้มหูขาว และตุ้มหูไม่ขาว สำหรับตัวเมียจะมีสีน้ำตาลตลอดทั้งตัว สร้อยรอบคอจะมีสีทอง ไก่ป่าตัวผู้จะมีหงอนจักรขนาดใหญ่ ส่วนตัวเมียจะหงอนเล็กมาก หรือไม่มีเลย การพัฒนาไก่ป่ามาเป็นไก่ชนในปัจจุบันนั้น ถ้าเราสังเกตดูจะพบไก่ชนไทยเราได้พัฒนาห่าง จากไก่ป่ามามาก ดังนี้
            ๑. ขนาดตัว ของไก่ชนไทย น้ำหนักตั้งแต่ ๓ กิโลกรัมขึ้นไป ส่วนไก่ป่าตัวผู้จะมีน้ำหนักประมาณ ๑.๓ กิโลกรัมเท่านั้น

            ๒. หงอน ไก่ชนไทยพัฒนาจากหงอนจักร หรือเรียกว่า หงอนชบา ก็ได้ พัฒนามาจนเป็นหงอนหิน ส่วนไก่พม่านั้นยังมีไก่ชนพม่าเป็นไก่หงอนจักรซึ่งยังไม่ได้พัฒนา

            ๓. เหนียง ไก่ชนไทยพัฒนาจนไม่มีเหนียง ซึ่งทั้งเหนียงและหงอนจักรจะเป็นจุดอ่อนให้คู่ต่อสู้จิกตีได้ง่าย แต่ไก่พม่ายังคงมีทั้งหงอนและเหนียง

            ๔. ตุ้มหู ไก่ชนไทยตุ้มหูไก่ไม่ยาน แต่ยังพบมีตุ้มหูขาวบ้าง ซึ่งยังคงมีความเป็นไก่ป่าอยู่บ้าง

จะเห็นว่าไก่ชนไทยได้พัฒนาตัวเองไปมาก คือ ขนาดตัวใหญ่ขึ้น หงอน เหนียง และตุ้มหู ก็พัฒนาจนเล็ก ไม่สะดวกจะให้คู่ต่อสู้ได้ใช้ปากจิกตีได้

เพื่อนไก่ชน-ความรู้ไก่ชน
หมอนิสิตตัดสินไก่สวยงาม

ดังนั้นไก่ชนไทยจึงเป็นไก่ชนยอดเยี่ยมสายพันธุ์หนึ่งของโลก ที่ได้รับความนิยมของผู้รักกีฬาชนไก่ของประเทศแถบเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ประเทศไทยจึงต้องอนุรักษ์และพัฒนาไก่ชนของเราให้อยู่คู่ประเทศไทยตลอดไป

อาจารย์ศุภกิต พันธะเสน ชื่อเล่นว่า “ต้นหัวรอ” ฟาร์มอนุรักษ์ไก่ชนนเรศวร ชื่อ “ไร่ราชันย์ ดอทคอม” ตำแหน่งประธานชมรมอนุรักษ์และพัฒนาไก่ชนนเรศวรตำบลหัวรอ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก และประธานเครือข่ายผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองไทยภาคเหนือตอนล่าง ๙ จังหวัด ประธานชมรมไก่แจ้ไทยจังหวัดพิษณุโลก เป็นกรรมการทรงเกียรติตัดสินการประกวดไก่ชนไทยและไก่แจ้ไทย ความฝันอันสูง คือ “ต้องการสร้างพิพิธภัณฑ์ไก่ชน”

เพื่อนไก่ชน-ความรู้ไก่ชน

ตำนานไก่ชนไทย

ไก่พื้นเมืองไทยได้มีการเลี้ยงสืบทอดกันมานาน ตามประวัติศาสตร์คนไทยได้อพยพจากตอนใต้ประเทศจีนลงมาสู่แดนสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นประเทศไทยในปัจจุบัน ได้นำเอาวัฒนธรรมการเลี้ยงไก่มาด้วย ดังจะเห็นได้ว่าบ้านคนไทยจะมีการเลี้ยงไก่ไว้ใต้ถุนบ้านทุกครัวเรือน เพราะว่าไก่เป็นอาหารโปรตีนที่สำคัญ หาง่าย อยู่ใกล้ตัว ไข่ไก่ก็เป็นอาหารได้ นอกจากเลี้ยงไก่ไว้เป็นอาหารแล้ว คนไทยยังเลี้ยงไก่เพื่อความสวยงาม และเลี้ยงเพื่อเกมกีฬาชนไก่ ไก่พื้นเมืองไทยที่ได้มีการเลี้ยงสืบทอดกันมานานนับเป็น ๑,๐๐๐ ปี เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่ แข็งแรง ทนทาน หรือต้านทานต่อโรค เลี้ยงปล่อย ให้อาหาร กินเองเก่ง นอกจากนี้ยังไข่ดก ฟักไข่เอง เลี้ยงลูกเอง จึงนับได้ว่าไก่พื้นเมืองไทยเป็นไก่ที่สืบทอดสายพันธุ์ที่ดีมายาวนาน พร้อมกันนี้คนไทยก็เป็นนักผสมพันธุ์ไก่พื้นเมืองให้ได้ไก่ชนมีเชิงชนหลายกระบวนท่า และให้ได้สีไก่ตามต้องการ ซึ่งปัจจุบันจึงมีไก่ชนเป็นมรดกตกทอดมาให้คนไทยได้เลี้ยงไว้อนุรักษ์สืบทอดให้ยืนยาวตลอดไป

เพื่อนไก่ชน-ความรู้ไก่ชน
แม่พันธุ์ไก่ดง

ไก่พื้นเมืองไทยที่มีการเลี้ยงอยู่เพื่ออนุรักษ์เป็นไก่ชนไทยมีอยู่หลายสี ซึ่งแต่ละสีของไก่ก็มีความเป็นมาน่ารู้ เช่น ประวัติศาสตร์ไทยกล่าวถึงสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ท้าชนไก่ ชนะไก่ชนของพระมหาอุปราชาของพม่ามาแล้วเมื่อสี่ร้อยกว่าปี เป็นไก่เหลืองหางขาวที่นำไปจากจังหวัดพิษณุโลก ในวรรณคดีก็มีเรื่องลิลิตพระลอตามไก่ ในปัจจุบันไก่พื้นเมืองไทยที่เลี้ยงเพื่อเป็นเกมกีฬา และเลี้ยงเพื่ออนุรักษ์ หรือเลี้ยงเพื่อความสวยงาม และเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไก่พื้นเมือง แยกตามสีของตัวไก่ได้ดังนี้ คือ

            ๑. ไก่สีเหลือง

            ๒. ไก่สีประดู่

            ๓. ไก่สีเขียว

            ๔. ไก่สีแดง

            ๕. ไก่สีเทา

            ๖. ไก่สีด่าง

            ๗. ไก่สีขาว

            ๘. ไก่สีลาย

            ๙. ไก่สีสร้อยดอกหมาก

ดังนั้นเพื่อให้ง่ายต่อการศึกษาหาความรู้เรื่องประวัติไก่ชนไทย จึงแบ่งยุคสมัยของประวัติศาสตร์ไทยกับการพัฒนาไก่สีของไก่ในยุคนั้น ดังนี้

            ๑. ยุคอาณาจักรล้านนา (ไก่สีขาว)

            ๒. ยุคอาณาจักรทวาราวดี และไชยาศรีวิชัย (ไก่สีแดง)

            ๓. ยุคอาณาจักรสุโขทัยเป็นราชธานี (ไก่สีประดู่)

            ๔. ยุคอาณาจักรกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี (ไก่สีเหลือง และไก่สีด่าง)

            ๕. ยุคอาณาจักรกรุงธนบุรีเป็นราชธานี (ไก่สีเทา และไก่สีเขียว)

                ๖. ยุคอาณาจักรกรุงเทพมหานครเป็นราชธานี (ไก่สีลาย และสีสร้อยดอกหมาก)

๑. ยุคอาณาจักรล้านนา

ยุคล้านนาเป็นยุคแรกๆ ของเผ่าคนไทยจากตอนใต้ ประเทศจีนอพยพลงมาตั้งถิ่นฐานอยู่ทางตอนเหนือของประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบัน คือ ชาวล้านนา ซึ่งเป็นชื่อเรียกของคนพื้นเมืองใน ๘ จังหวัดภาคเหนือ คือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน ในตำนานของชาวล้านนาได้มีการกล่าวถึง “ไก่ขาว” ดังนี้

เพื่อนไก่ชน-ความรู้ไก่ชน
เพื่อนไก่ชน-ความรู้ไก่ชน
ไก่ขาว

ในสมัยพุทธกาลสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จออกมาโปรดสัตว์ ได้มาประทับอยู่ที่เมือง “กุกกุฎนคร” (เมืองโบราณของจังหวัดลำปาง ตั้งอยู่ที่พระธาตุลำปางหลวง) พระอินทร์ได้ทราบเกรงว่าชาวเมืองจะตื่นไม่ทัน การเข้าเฝ้าทำบุญกับพระพุทธองค์ที่จะทรงเสด็จบิณฑบาตในตอนเช้า จึงแปลงเป็น “ไก่ขาว” มาขันปลุกชาวเมืองให้ตื่นออกมาทำบุญตักบาตร “ไก่ขาว” จึงเป็นสัญลักษณ์ของเมืองลำปางในปัจจุบัน

ไก่ขาวหรือไก่ชีเป็นไก่ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ เป็นไก่ของผู้ทรงศีล คนเฒ่าคนแก่สมัยก่อนมักจะบอกว่าให้เอาไก่ชีปล่อยวัดจะได้บุญมาก จึงพบไก่ชีอยู่เต็มวัดในสมัยก่อน เป็นกุศโลบายของคนโบราณในการอนุรักษ์ไก่ขาวหรือไก่ชีให้เหลือรอด คงสายพันธุ์อยู่ถึงปัจจุบัน เพราะว่าไก่ชีโดยธรรมชาติชาวบ้านนิยมเลี้ยงกันน้อย อาจจะสูญพันธุ์ได้

เพื่อนไก่ชน-ความรู้ไก่ชน
แม่พันธุ์ไก่ล้านนา

จากหนังสือ ตำนานไก่ชนไทย

โดย…นายสัตว์แพทย์นิสิต ตั้งตระการพงษ์,

อ.นายสัตว์แพทย์รองเดช ตั้งตระการพงษ์ หน้า 10

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here